ถาม-ตอบปัญหาธรรมะ

แก้วิปลาส

๒๗ มิ.ย. ๒๕๖๙

แก้วิปลาส

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ถาม–ตอบ ปัญหาธรรม วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๙

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ถาม : ข้อ ๓๑๗๕. เรื่อง “กราบขอคำแนะนำ วิธีแก้ไขความคิดวิปลาส ความคิดอกุศลที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ”

ทุกวันนี้ปฏิบัติธรรมโดยการเดินจงกรมทุกวันตอนเย็นประมาณ ๓๐ นาที ในระหว่างวันก็พยายามภาวนาพุทโธไปเรื่อยๆ แต่ขณะนี้รู้สึกว่าตัวเองเกิดสติวิปลาส เกิดอกุศลจิตต่อคุณพระพุทธเจ้า ต่อคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์ในทางวิปริต วิปลาส ล่วงเกิน หยาบคาย โดยที่ควบคุมไม่ได้ ลูกทุกข์ใจเพราะความคิดวิปลาสที่เกิดขึ้นนี้ ที่ลูกพยายามที่จะไม่นึก แต่มันก็ยังแว็บขึ้นมาบ่อยครั้ง ตอนนี้เหมือนจะบ้า เพราะควบคุมความคิดไม่ได้

ลูกขอกราบเรียนถามวิธีแก้ไขหน่อยเจ้าค่ะ ตอนนี้ลูกทุกข์ใจเพราะกลัวจะเป็นบ้า กลัวบาปกรรมจากความคิดไม่ดีที่มันแว็บขึ้นมาพวกนี้ โปรดเมตตาแนะนำด้วยเจ้าค่ะ

ตอบ : นี่โดยเวรโดยกรรมของสัตว์ โดยเวรโดยกรรมของสัตว์

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระโพธิสัตว์สร้างแต่คุณงามความดี ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย คำว่า อสงไขยๆ” คือนับไม่ได้ถึง ๑๖ ครั้ง พระอรหันต์ ในตำรับตำราไง ต้องสร้างคุณงามความดีต่อเนื่องแสนกัป ถึงจะมีอำนาจวาสนาที่จะเข้าถึงคุณธรรม นี่พูดถึงโดยหลักการ โดยหลักการ เห็นไหม นี่ธรรมของพระพุทธเจ้านะ

แล้วพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตรเป็นพระอรหันต์ แต่ปรารถนาเป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวา ต้องมากกว่าแสนกัป พอมากกว่าแสนกัป เขาทำของเขามา เขาทำคุณงามความดีมา คุณงามความดีให้ผลไง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วไง

เวลาพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะเป็นลูกเศรษฐี เกิดมาเป็นลูกเศรษฐีเงินทองมากมาย ไปเที่ยวสนุกครึกครื้น ไปดูมหรสพสมโภชมีความสุข คึกคะนอง คึกคักไปกับเขา

เวลาบุญให้ผล ไปดูการละเล่นฟ้อนรำแล้วมันจืดชืด มันไม่สนุกเลย หันหน้าเข้าหากันนะ ว่าโลกมันมีแค่นี้ โลกธรรม ๘ มีแค่นี้ ฉะนั้น ถ้ามันไม่มีทางไป เราออกบวชด้วยกันไหม แต่ด้วยเวรด้วยกรรม ด้วยประสบการณ์ ไปบวชอยู่กับสัญชัยไง ไอ้นู่นก็ไม่ใช่ ไอ้นี่ก็ไม่ใช่

แต่เพราะสร้างอำนาจวาสนามาไง ถึงหันหน้าเข้าปรึกษากันนะ ตอนจะออกบวชก็หันหน้าเข้าปรึกษากันว่ามันไม่สนุกเลย โลกน่ะ มันของชั่วคราว มันเรื่องๆ โลกมันไร้สาระ

ออกบวช บวช ไปบวชกับสัญชัย สัญชัยสอนอีลุ่ยฉุยแฉก นู่นก็ไม่ใช่ นี่ก็ไม่ใช่ ไอ้ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ แล้วไม่ใช่เลยแล้วจะไปไหนวะ

หันหน้าเข้าปรึกษากัน เราอุตส่าห์ออกบวช ศึกษากับครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์ก็ไม่รู้จริง สัญญากัน เราจะหาครูบาอาจารย์ที่ดีงาม แล้วถ้าใครเจอก่อนห้ามทิ้งกันนะ ต้องคอยบอกกัน

นี่ไง ก็แสวงหาๆ จนพระสารีบุตรไปเห็นพระอัสสชิบิณฑบาตไง อาการมันสำรวม ไม่เหมือนอาจารย์เราเลย สุดท้ายก็ตามไปจนพระอัสสชิทำภัตกิจจบแล้ว เข้าไปกราบฟังธรรมไง

อู๋ย! พระอรหันต์นะ ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ไง พระอัสสชิ

“เราเป็นผู้บวชใหม่ เรามีความรู้น้อย”

“ไม่ต้องพูดมากหรอก เอาสิ่งที่เป็นจริงนั่นน่ะ”

เราบวชกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนว่า ธรรมทั้งหลาย ความทุกข์ความยาก สิ่งที่เกิดขึ้นมามันต้องมีเหตุ

มันต้องมีเหตุสิ มันจะลอยมาจากฟ้า พระพุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาอ้อนวอนขอ แล้วลอยมาตกใส่เรา ไม่มี ต้องฝึกหัด ต้องมีการกระทำ มันต้องมีเหตุมีผลของมัน แล้วเวลามันทุกข์มันยากมันทุกข์ที่ไหน มันทุกข์ที่ใจ ทุกข์คืออวิชชา ทุกข์เพราะมีพญามาร

“ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนให้ไปดับที่เหตุนั้น”

พระสารีบุตรมีดวงตาเห็นธรรมเลย ไปเล่าพระโมคคัลลานะฟัง พระโมคคัลลานะก็เป็นพระโสดาบันด้วยกัน ชวนเพื่อนหมู่คณะไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชวนสัญชัยไปด้วย สัญชัยไม่ไป เวลาไปแล้วสัญชัยกระอักเลือดเลย เพราะอะไร เพราะลูกเศรษฐีมีทรัพย์มากมายมาเป็นลูกศิษย์ โอ้โฮ! อลังการ เวลาพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะจากไป กระอักเลือดเลย

พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เพื่อนหมู่คณะ ๕๐๐ เป็นพระอรหันต์หมดเลย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศน์สำเร็จหมดเลย เหลือพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร เพราะอะไร เพราะมีบุญกุศล มีสติปัญญามาก

สอนพระโมคคัลลานะ โดยฤทธิ์ไง ๗ วันสำเร็จเป็นพระอรหันต์ พระสารีบุตร ๑๔ วันเป็นพระอรหันต์ เป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายเบื้องขวา เห็นไหม

เวลามาเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก “อัครสาวกเบื้องซ้ายเบื้องขวาเรามาแล้ว” ตอนนั้นเพิ่งมาขอบวชกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สำเร็จแล้วตั้งให้เป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวา

พระติเตียนกันใหญ่เลย ถ้าโดยประชาธิปไตย โดยความเป็นธรรม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องตั้งพระโมคคัลลานะ ตั้งพระอัสสชิเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายเบื้องขวา เพราะปัญจวัคคีย์สำเร็จก่อน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก “ไม่ใช่ มันเป็นสมบัติของเขา มันเป็นของเขา เขาสร้างบุญญาธิการมาอย่างนั้น”

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ลำเอียงเลย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กรรมการฟุตบอลน่ะ ด้วยความเป็นธรรมเป่านกหวีด นี่ก็ด้วยความเป็นธรรม เขาทำของเขามา เป็นกรรมการบอกว่าเขาได้สร้างบุญกุศลมา ด้วยบุญกุศลของเขา อำนาจวาสนาของเขา เขาปรารถนาของเขา เขาทำของเขามา นี่พูดถึงว่าในทางเป็นบุญนะ

พระเทวทัตเกิดกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากี่ภพกี่ชาติ เป็นชูชก เป็นพระเวสสันดร มาเกิดชาติสุดท้าย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดกับพระเจ้าสุทโธทนะ เทวทัตไปเกิดกับสุปปพุทธะ เป็นพี่เป็นน้องกัน เกิดมาก็เป็นญาติกันโดยสายเลือด มาบวชแล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดา พระเทวทัตมาจองล้างจองผลาญน่ะ

ไม่มีใครเลยในจักรวาลนี้ที่ตั้งใจฆ่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ส่งนายแม่นธนูไปยิงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็จ้างนายแม่นธนูไปตัดตอนๆ ถึง ๑๖ ชั้น ให้ใครไปฆ่าก็ทำไม่ได้ เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบุญญาธิการมากมาย ใครจะทำสิ่งใดไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นเรื่องสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่คนคิดจะให้มันเป็นไปด้วยมารไง ด้วยความอยากยิ่งใหญ่ไง นี่พูดถึงว่าในทางลบ

คนที่มันสร้างความเป็นลบ เป็นคู่อาฆาตมาดร้ายกันมา มาเกิดเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับเทวทัต

พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะก็ได้สร้างบุญสร้างกุศลของตนมา ปรารถนาเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวา ได้ทำบุญกุศลมาทั้งนั้น เวลามาเกิด ไปศึกษากับสัญชัย ด้วยสติด้วยปัญญา ด้วยบุญกุศลที่สร้างมา ไม่ใช่ อาจารย์ของเราไม่ใช่แล้วล่ะ หาอาจารย์ใหม่ มาเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระอรหันต์หมดเลย

นี้วางรากฐานไว้ ที่ว่าจะตอบปัญหานี้ไง

ถ้าปัญหาๆ เวลาเราเกิดมา เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ถ้าไม่มีศรัทธา ไอ้เวรกรรมมันอยู่จิตใต้สำนึกเรานี่แหละ ถ้าทำสิ่งใดมันก็ให้ผลเป็นทุกข์เป็นยากของเราอยู่นี่ไง คนมีบุญๆ มา ทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ ทำสิ่งใดก็ดีงามของเขาขึ้นมา เพราะบุญกุศลของเขา เขาได้ทำของเขามา

ฉะนั้น สิ่งที่เป็นจิตใต้สำนึกๆ มันเป็นบุญและบาปของแต่ละบุคคลที่สร้างมา แต่ละภพใดชาติใดเราก็ไม่รู้ แล้วมันไม่รู้แล้ว เวลามันเกิดในหัวใจของเรา มันเกิด เห็นไหม สติวิปลาส โจมตีคนนู้น โจมตีคนนี้ ว่าคนนู้น ว่าคนนี้ ใครรู้น่ะ ตัวเองรู้ รู้อยู่คนเดียวนะ ทุกข์ยากอยู่คนเดียว

มันทุกข์ยากอยู่คนเดียวเพราะอะไร

เพราะเราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา มีหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น มีครูบาอาจารย์ของเรามาฟื้นฟูพระพุทธศาสนา เราเห็นบุญกุศลอย่างนั้น เราได้ใกล้ชิดกับนักปราชญ์ราชบัณฑิต เราถึงอยากจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา

เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา มันควรจะได้บุญได้กุศล ควรจะเกิดศีล เกิดสมาธิ เกิดปัญญา เกิดมรรคเกิดผลในหัวใจของเรา ทำไมเราปฏิบัติไปแล้วมันมีแต่ความสติวิปลาส คิดแต่โจมตี คิดแต่ทำลายล่ะ

ถ้ามันเกิดอย่างนั้นมันต้องมีที่มาที่ไป

“ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ”

สิ่งที่เกิดขึ้นๆ ไม่ได้เกิดมาโดยที่มันลอยมาจากฟ้า หรือเรามีอคติ เราคิดผิดอย่างนี้ๆ ไอ้คนนั้น แหม! มันมีบุญกุศล มันคิดแต่ดีๆๆ

ไอ้นี่มันเป็นจริตนิสัย คำว่า จริตนิสัย” นี่บุญกุศลของแต่ละบุคคล

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไง “สว่างมา สว่างไป มืดมา มืดไป สว่างมา มืดไป มืดมา สว่างไป”

เห็นไหม มาแก้ไข องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนปัจจุบันนี้ ถ้าปัจจุบันนี้เรามีอำนาจวาสนา เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เราอยากจะประพฤติปฏิบัติของเราขึ้นมา เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมาแล้วมันเกิดสติจะวิปลาส

แล้วถ้าเป็นทางโลกๆ ถ้ามันวิปลาสเขาก็ไปหาหมอ

เวลาภาวนาๆ ถ้าสติของเรา กำลังของเราไม่พอ มันวิปลาส มันคิดไปนะ มันถึงกับหลุดนะ ถ้ามันรุนแรง ไปหาหมอ บอกหมอ คุยกับหมอ แล้วหมอจะบอกว่าห้ามภาวนาๆ หมอก็มาโทษการภาวนาเป็นผลของการสติวิปลาส เกิดให้เราเกิดวิปลาส

วิปลาสๆ มันเกิดจากกรรมเก่า กรรมใหม่ ถ้ากรรมเก่า กรรมใหม่ ถ้ามันรุนแรง เราไปหาหมอให้หมอช่วยทางเคมีให้มันสงบระงับ แล้วมันจะหายๆ หายเพราะด้วยหายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ

นี่ไง แก้กรรมๆ แก้กรรมที่ไหน เอาอะไรไปแก้ ใครจะแก้ให้เอ็ง

เริ่มต้นนะ ถ้าสิ่งนี้มันเกิดขึ้นมากับจิตของเรา เราเห็นมามาก พระก็มี ญาติโยมก็มี ถึงเวลาแล้วมันจะต่อว่าด่าทอพระพุทธเจ้าเยอะแยะไปหมดเลย

เราแก้ไขเขา ฟังนะ คำถามไง

“ลูกกราบขอถามว่าจะแก้ไขอย่างไร ทุกข์ใจมาก”

ทุกข์ใจมากเพราะมันเป็นสมบัติภายใน ภาษาเรานะ กรรมเก่า กรรมใหม่มันฝังอยู่ที่ใจทั้งนั้น ถ้าไม่อย่างนั้น ๑๖ อสงไขยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันต้องตัดตอน มันต้องหายไป แต่นี่ไม่ แต่ละภพแต่ละชาติสร้างแต่คุณงามความดีมา มันเป็นพันธุกรรมของจิต คิดบวก คิดดี คิดเสียสละ คิดทำคุณงามความดี

ในพระไตรปิฎกไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นกระต่ายป่า นายพรานเขาหลงทาง โดดเข้ากองไฟสละชีวิตเพื่อให้เนื้อของตนเป็นอาหารของนายพราน สัตว์มันคิดอย่างนั้นนะ

ในพระไตรปิฎก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยภพเสวยชาติ สร้างแต่คุณงามความดี สร้างแต่คุณงามความดี สละๆๆ สละเพื่อสังคม สละเพื่อคนอื่นทั้งนั้นน่ะ นี่ความคิดบวก คิดดีงาม แล้วมันจะมาคิดชั่วได้อย่างไร

ไอ้สิ่งที่เราเกิดขึ้น เราคิดดี แต่มันผุดขึ้นมาได้อย่างไร

ฉะนั้น เวลาลูกศิษย์ลูกหาของเรา เราสอน ก่อนภาวนา รตนตฺตเย ปมาเทน ทวารตฺตเยน กตํ ของขมาลาโทษ ที่ทำนั้นทำเพราะเห็นผิด เข้าใจผิด ทำสิ่งที่ว่าเป็นบาปอกุศลติดหัวใจนั้นไว้ บัดนี้เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เชื่อในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ถ้าเคยโจมตี เคยทำความบอบช้ำให้กับพระพุทธศาสนา ขอขมาลาโทษ

ก่อนภาวนาให้ รตนตฺตเย ขอขมาลาโทษพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วฝึกหัดปฏิบัติ ก่อนเลิก เลิกแล้ว ตอนเลิกก็ขอขมาลาโทษ ขอขมาลาโทษ หมายความว่า เราสำนึกผิด เราสำนึกผิดว่าได้กระทำสิ่งนี้มาภพใดชาติใดก็ไม่รู้ มันถึงมีผลผุดขึ้นมาโดยที่เกิดการขาดสติ

แต่ตอนนี้มีสติ แต่แก้ไขไม่ได้ เพราะมันเป็นกรรม กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา กรรมมันต้องให้ผล แต่เราสำนึกได้ แล้วขอขมาลาโทษ ขอขมาลาโทษ

ในธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อริยวินัย ผู้ใดทำผิด แล้วรู้ว่าผิด ขอขมาลาโทษ นั้นเป็นบุญกุศล ทำอย่างนี้

คนที่เขาเป็นอย่างนี้มาหาเรา ทีแรกมาก็หน้าดำคร่ำเครียด ตอนท้ายๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส “หลวงพ่อ หายแล้วค่ะ หายแล้วค่ะ”

ไอ้นี่ก็เหมือนกัน แต่เราอย่าไปปรารถนาว่ามันจะต้องหายในปัจจุบันทันด่วน เราตั้งใจของเราโดยเจตนาที่บริสุทธิ์ แล้วขอขมาลาโทษกับพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ที่เราได้เคยจาบจ้วง เห็นผิด กล่าวร้าย โจมตี กลั่นแกล้ง หรือเห็นดีเห็นงามไปกับคนที่เขาหลอกเขาลวง ตอนนั้นโง่ ไม่เข้าใจ ก็ไปตามเขา ตอนนี้เวลาทุกข์มันเกิดขึ้นไง

มันจะวิปลาส มันทำให้เราสับสนน่ะ มันสุขหรือมันทุกข์ล่ะ

ทุกข์เจียนตาย ความคิดภายในคิดอยู่คนเดียว ทุกข์อยู่คนเดียว เดือดร้อนอยู่คนเดียว เดือดร้อนเพราะความเห็นผิด ความคิดผิด แล้วตอนนี้ถ้าเป็นปัจจุบันคิดถูกนะ ถ้าโดยสติปัญญานี่คิดถูก พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เราก็เคารพ เราก็บูชา เราถึงได้กำหนดพุทโธๆๆ เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา แล้วมันต้องให้ผลบวกสิ ให้ผลเป็นความสงบร่มเย็น

“สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี”

จิตควรจะสงบระงับ ทำไมมันจะเกิดวิปลาสขึ้นมาล่ะ

นี่มันเป็นสมบัติของคนนั้น

เพราะเราไม่เคยมีความคิดอย่างนี้เลยนะ คนที่เป็นคุณงามความดีไม่เคยมีความคิดอย่างนี้ เรานะ ออกประพฤติปฏิบัติ บุคคล ๒ องค์ที่เคารพบูชามาก หนึ่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรมานอยู่ ๖ ปี ศึกษาความทุกข์ความยากของพระพุทธเจ้าแล้วนะ ที่เราฝึกหัดอยู่นี่จิ๊บๆ จิ๊บๆ เวลาหลวงปู่มั่น หลวงตาเล่าให้ฟังว่าหลวงปู่มั่น อู้ฮู! ทุกข์ทรมานขนาดไหน ทุกข์มาก ไอ้ของเราก็จิ๊บๆ จิ๊บๆ มันเลยมีกำลังใจไง

ครูบาอาจารย์ของเราทุกข์ยากกว่าเราหลายเท่า สังคมไม่ต้องการ สังคมดูถูกดูแคลน หลวงปู่เสาร์ออกไปธุดงค์ เขาด่า เขาว่า จะพาเขาไปไหน จะพาครอบครัวไปไหน เพราะมีเด็ก มีเณร มีอะไรไปนะ เขาเสียดสี เขาโจมตี เขาทำลาย

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นออกปฏิบัติครั้งแรก โอ้โฮ! โลกธรรมรุนแรงมากมาย เพราะโลกไม่เคยมี โลกมีแต่วัดบ้าน อยู่วัดอยู่วาสุขสบาย เป็นพระเอาไว้กราบไหว้บูชา เอาไว้ทำพิธีกรรม หลวงปู่มั่นไม่อย่างนั้น

เวลาครูบาอาจารย์ของเรานะ มีอยู่ ๒ องค์ในหัวใจเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับหลวงปู่มั่น เคารพบูชามาก เอาความทุกข์ความยากของท่านมาคอยเคาะหัวใจ เคาะหัวใจให้เรามุมานะ ให้เราทำคุณงามความดี เราไม่เคยคิดลบเลยนะ แปลก ไม่เคยคิดลบกับเรื่องอย่างนี้

แล้วคนที่สร้างบุญสร้างกุศลมา เขาจะมีความคิดที่บวก ความคิดที่ดีงาม แต่ของเรา สมบัติไง เราเกิดมามันเป็นเรื่องโลกๆ เราจะเอาอริยทรัพย์ เอาทรัพย์ที่ติดหัวใจนี้ไป แล้วบุญและบาปมันติดหัวใจนี้ไป

ในปัจจุบันนี้ไง เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง มีอำนาจวาสนาไง เราก็พยายามแก้ไขของเรา

ภาวนา พุทโธเฉยๆ นะ หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ไม่ต้องวิปัสสนา ไม่ต้องใช้ปัญญาอะไรมาก แล้วก่อนภาวนาขอขมาลาโทษ ภาวนาเสร็จ ถ้าวันไหนจิตมันดี ยิ่งขอขมาลาโทษมันจะยิ่งดีขึ้น

ลูกศิษย์ลูกหาของเรามีความคิดอย่างนี้ มานั่งร้องไห้เลย น้ำตาไหลอยู่นี่แหละ พอให้ทำไปๆ ตอนท้าย “หลวงพ่อ หายแล้วค่ะ” เขามีความสุขของเขา เขาแก้ปมในใจของเขาได้ เขาทำ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกไง อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถไง

จิตดวงนี้สร้างเวรสร้างกรรมมามากน้อยขนาดไหน มันก็เป็นพันธุกรรมของจิต มันจะคิดอย่างนี้ เพราะมันเคยทำมา มันเคยมีเหตุมา มันก็มีผลตอนนี้ไง ตอนที่เราศรัทธา แต่เราทุกข์เรายาก แล้วถ้ากรรมที่มันรุนแรงนะ จนขาดสติ จนควบคุมตัวเองไม่ได้ นั่นก็กรรมของสัตว์ ถ้ามันเป็นอย่างนั้น เราต้องไปหาหมอ ช่วยกินยาบรรเทา

ขณะนี้ ปัจจุบันนี้นะ ลูกศิษย์ลูกหาเราเป็นหมอ เขาบอกว่า หลวงพ่อ เดี๋ยวนี้ยาคลายเครียด หมอทำงานเครียดมาก เขาก็กิน กินแล้วมันปลอดโปร่ง

ไอ้นี่ก็เหมือนกัน กินแล้วมันสงบมันระงับ ถ้าผู้ที่ประพฤติปฏิบัตินะ ถ้ามีอาการอะไรที่มันรุนแรง ไปหาหมอ แล้วหมอบอกว่า ห้ามภาวนานะ ห้ามภาวนานะ นี่มันเป็นเพราะภาวนา

เขาพูดไป เขาเป็นวิทยาศาสตร์ เขาเป็นทางโลก เขาเป็นภพชาตินี้ เขาเป็นปัจจุบันไง แต่จิตของเรา เรามีอดีต อดีตสร้างสิ่งใดมา เราก็บอกค่ะ เขาจะบอกค่ะๆๆ ถ้าเขาบอกว่าห้ามภาวนานะ ครับ ไม่ภาวนาแล้วครับ แต่เราก็หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ใครจะรู้

ถ้าหายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ให้มันมีสติมีปัญญาขึ้นมา ให้ร่างกายเข้มแข็ง ให้จิตใจเข้มแข็ง

อาการแบบนี้ สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง มันแปรสภาพตลอด แต่สิ่งที่โยมได้รับอยู่นี่มันต้องมีเหตุ มันต้องมีที่มา แล้วมันมีเหตุ แล้วเหตุมันเกิดจากพันธุกรรมของจิต เกิดที่จิตดวงนี้ได้สร้างเวรสร้างกรรม เห็นไหม เวลาทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ใครทำบุญกุศลมันก็ตกลงอยู่ที่ภวาสวะ ตกลงอยู่ที่จิตนี้ ใครทำบาปอกุศลมันก็ตกลงอยู่ที่จิตนี้

นี่ไง หนีโทษอาญาได้ หนีโทษเวรโทษกรรมไม่ได้

แล้วตอนนี้ถ้าเราพูดถึงวิทยาศาสตร์ไง ก็ตอนนี้เป็นลูกศิษย์กรรมฐานไง ตอนนี้ฝึกหัดปฏิบัติไง ตอนนี้ทำดีหมดเลย คิดไม่ได้เลยว่าเกิดมานี่ทำชั่วอะไร ไม่มีเลย

ก็ปัจจุบันไง แต่ความคิด พันธุกรรมของจิตมันแต่ละภพแต่ละชาติ มันได้สร้างสมของมันมา ในปัจจุบันนี้มันมาตัดทอนเพราะเราอยากสร้างคุณงามความดีของเรา

แก้

ถ้ามันทุกข์เกินไป ควบคุมไม่ได้ หาหมอ ให้หมอให้ยา แล้วตั้งสติของเราไว้ เพราะปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ตัวของตนเอง สุขและทุกข์เกิดในใจของตนเอง เราจะเอาคุณงามความดีของเรา ก่อนจะภาวนา รตนตฺตเย ขอขมาลาโทษ หรือไม่ได้ภาวนา ก่อนนอนทุกคืนขออภัย ขอโทษ

อริยวินัย ผู้ใดทำความผิดแล้วรู้จักความผิดของตน ขอขมาลาโทษ นั้นเป็นอริยวินัย มีบุญมีกุศลมากมาย

แล้วทำของเราต่อเนื่องไป ทำของเราต่อเนื่องไป เพราะเรายืนยัน เพราะว่าจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันมีมากมาย แล้วที่มันเป็นอย่างนี้เยอะแยะ แต่ดีนะ ดีที่เขามาปรึกษาเรา

ทีแรกเขามาพูดนะ มันมีพระมาด้วย พระบอกว่า “ถ้าผมไม่ศรัทธา ผมจะบวชทำไม แล้วผมบวชแล้วทำไมผมเป็นอย่างนี้”

เราก็ค่อยบอกเขา แล้วเขาก็ไปทำของเขา หาย พอหายคือว่าความคิดแบบนี้ไม่มี ถ้าคิดก็คิดดีงาม แล้วถ้าภาวนาได้ ปฏิบัติได้ มันเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก เป็นสมบัติของตน เอวัง